6 สิ่งที่ต้องรู้ก่อนทำการตลาด facebook ให้ปังดังไม่ยาก – Adrenaline

การตลาด facebook

ส่วนหนึ่งการตลาดออนไลน์หรือ Digital Marketing ก่อกำเนิดมาเพื่อจุดประสงค์หลัก ๆ เลยก็คือ การแก้ Pain Point จุดอ่อนของสินค้าและบริการที่ผู้บริโภคหรือลูกค้า รู้สึกว่าไม่โอเค และสินค้าของเราตอบโจทย์ได้จริง หากเราตั้งกลยุทธ์ผิดก็ไม่ต่างจากการเกาไม่ตรงที่คัน แล้วเราจะเริ่มอย่างไรให้เป๊ะลองอ่านดู Adrenaline Academy มีการวางแผน Facebook Marketing มาเล่าอีกแล้วครับท่าน

1. ตั้งเป้าหมายให้ชัดเจน ว่าต้องการสื่ออะไร ?

การยิงโฆษณาให้ตรงราวกับจับวาง เราจะต้องรู้เป้าหมายว่าต้องการสื่อสารอะไรกับลูกค้าในโลกออนไลน์ เช่น

  • ต้องการเพิ่มผู้เข้าชมเว็บไซต์
  • ต้องการสร้างการรับรู้แบรนด์สินค้า
  • ต้องการสร้างยอดขาย
  • หรืออื่น ๆ ที่คุณคาดหวังที่จะโฆษณาออกไปให้ชาวเน็ตได้รับรู้

 

อย่าลืมว่าความสำเร็จไม่มีสูตรสำเร็จที่ตายตัว ราวกับคำที่บอกว่า “No one size fits all.” เมื่อเป็นเช่นนี้เรายิ่งต้องทำการบ้าน วางเป้าหมายที่ต้องการให้แน่วแน่และลงมือทำทันทีแบบไม่มีคำว่าเดี๋ยว นอกจากมีเป้าหมายชัด เราต้องกำหนดระยะเวลาด้วย เพื่อประเมินผลวัดผลลัพธ์การตลาด Facebook ว่าสิ่งที่คุณกำลังทำอยู่ดีหรือไม่ ? หากยังไม่เวิร์คแนะนำให้ทดลองใหม่ครับ

2. ควรตั้ง Target Audience ที่เจาะจงตรงใจ

การเลือก Target Audience ที่ใช่ธุรกิจไม่ต่างอะไรกับการซื้อล็อตเตอรี่ เพราะนี่คือชีวิตจริงที่ไม่มีหวยล็อก เลขชุดให้คุณซื้อครั้งเดียวถูกรางวัลที่ 1 รับเงินหลักล้านได้แบบง่ายดายอย่างแน่นอน เพราะชีวิตคือการทดลอง ส่วนการตลาดคือศาสตร์ที่เราต้องทำความเข้าใจลูกค้าและสถานการณ์อื่น ๆ ซึ่งการตลาดบน Facebook ไม่แตกต่างกันครับ เราจะต้องรู้จักเป้าหมายตัวจริง ลูกค้าที่ใช่ ไม่หว่านแหไปเรื่อยแบบไร้เป้าหมาย เพราะจะทำให้เสียงบประมาณโดยเปล่าประโยชน์ พร้อมกับลงมือศึกษา Customer Journey ว่าพวกเขาเหล่านั้นต้องการอะไร แนะนำให้ออกตามหาไข่ห่านทองคำที่เป็นของธุรกิจคุณในโลกออนไลน์ให้เจอครับ แล้วลงมือเปลี่ยนให้กลายเป็นโอกาสทางธุรกิจจะดีที่สุด ดังนั้น มาเริ่มสร้างกลุ่มผู้ชมที่หลงรักแบรนด์คุณกันเถอะ

3. ตั้งงบประมาณ Facebook Ad

เพราะงบประมาณรายเดือนหรือรายปีเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องกำหนดให้ดี ถึงแม้ว่าคุณจะใจป๋ามีงบเยอะ เปย์ไม่อั้น จ่ายได้อย่างเต็มที่แบบเสียเงินไม่ว่าเสียหน้าไม่ได้ จงอย่าลืมครับว่า การตลาดออนไลน์นั้น ยิ่งใช้ต้นทุนน้อยแต่ได้กำไรมากเป็นสิ่งที่ดี และควรกระทำ คงไม่ใช่เรื่องดีกับธุรกิจแน่ ๆ หากลงทุนหลักล้านแต่ได้กำไรหลักแสน ถือว่าไม่คุ้มครับ ลองเปลี่ยนกลยุทธ์การตลาด Facebook ดูใหม่ เริ่มจากการวางงบประมาณที่ใช่และเหมาะสม นำไปสู่กำไรที่เพิ่มขึ้นในระยะยาวแบบยั่งยืน

4. วางแผนคอนเทนต์และโฆษณา Facebook Ad

เมื่อรู้จักเป้าหมาย รู้จักลูกค้า มีงบประมาณที่เหมาะสมแล้ว Adrenaline Academy แนะนำให้คุณเริ่มเรียนรู้ Facebook Ad Format ให้ถูกต้องตรงตามจุดประสงค์ เช่น

 

  • การโพสภาพเดี่ยว (Single Photo) สื่อสารแบบตรง ๆ เน้นภาพสวย คำบรรยายแน่นจบในหนึ่งเดียว ส่ง Messege แบบตรงไปตรงมา

 

    • คลิปวิดีโอ (Single Video) เล่าเรื่องผ่านคลิปที่สร้างความน่าสนใจได้เป็นอย่างดี แต่ต้องไม่ยาวจนน่าเบื่อ และต้องเลือกให้เหมาะด้วย
    • Carousel Facebook หรือที่แปลมาจากคำว่า ม้าหมุน (อ่านว่า แค-ระ-เซล)เป็นอะไรที่นิยมมาก ๆ ที่จะทำการตลาดเพราะใส่ภาพหรือวิดีโอได้หลากหลายเป็นคอลเลคชั่น สามารถโต้ตอบกับลูกค้าได้แบบเรียลไทม์ สร้างสรรค์ได้มากมาย เพราะมีความไดนามิก หลากหลายสุด ๆ
    • สไลด์โชว์ (Sildeshow) เป็นอีกวิธีการที่น่าสนใจ นำภาพมาเรียงต่อกันและสร้างโฆษณาได้เลยแบบไม่ต้องลงทุนเยอะ

 

  • ภาพเซทคอลเลคชั่น (Collection) การโพสต์ Facebook แบบโชว์หลายรูปภาพ เหมาะสำหรับการเล่าบรรยายสินค้า ราคา หรือการบอกเล่าประสบการณ์ ปัจจุบัน เฟซบุ๊กมักจะเปลี่ยนกฎปรับไซส์ภาพบ่อย ๆ ทำให้นักการตลาดโซเชียลมีเดียต้องติดตามข่าวคราวอยู่เรื่อย เพื่อให้ได้ภาพที่เหมาะสม เพราะช่วงหลัง ๆ นี้พี่มาร์คเปลี่ยนเก่งมากกกก

 

 

คำแนะนำเบื้องต้นในการวางแผนคอนเทนต์ที่เกี่ยวข้อง กระจายประเภทโพสต์ให้เหมาะสมสื่อสารข้อความที่ต้องการบอกกับลูกค้าได้ วางคอนเทนต์ส่งเสริมการขายไว้อย่างน้อย 1 ใน 3 ของคอนเทนต์ทั้งหมด พร้อมกับสร้างโฆษณา Facebook Ad ที่สร้างส่วนร่วมกับผู้คนให้มากที่สุด ภาพต้องเป๊ะ มีความละเอียดสูง และต้องโพสต์ลงเฟซบุ๊กอย่างสม่ำเสมออย่างน้อย 3-10 ครั้งต่อสัปดาห์

 

ในบางครั้งการโพสต์เกม หรือการประกวดความสามารถเพื่อแจกสินค้า มอบของขวัญ หรือบริการฟรี ตามด้วยการแท็กเพื่อแชร์ รวมทั้งช่วยแสดงความเห็น ก็ทำให้โซเชียลของเราปัง มีผู้ติดตามได้เหมือนกัน แต่ก่อนจะลงมือต้องครีเอทให้เหมาะกับธุรกิจของเราด้วยนะครับ

5. วิเคราะห์สถานการณ์ทุก ๆ วัน

“อย่าชะล่าใจ” คุณจะต้องตามติดสถานการณ์ทุกวันแบบไม่ประมาท โดยเฉพาะสถิติการเข้าถึง และอื่น ๆ เช่น คอนเทนต์นี้ได้รับความสนใจหรือไม่ โพสต์นี้มียอดไลค์และยอดแชร์เท่าไหร่ มีประสิทธิภาพแค่ไหน เพราะอะไรก็เกิดขึ้นได้บนโลกการตลาดเฟซบุ๊ก ถึงแคมเปญนี้จะปัง แต่ครั้งหน้าอาจจะใช้ไม่ได้ผล ดังนั้น นักการตลาดโซเชียลจะต้องเป็นนักทดลองที่ชอบทดลองอะไรใหม่ ๆ ที่อยู่ภายใต้คอนเซปต์คาแรคเตอร์แบรนด์อยู่ตลอดเวลา และหากเจอโพสต์ที่ลูกค้ากดโกรธ หรือเข้ามาต่อว่าแบรนด์ธุรกิจเราก็เป็นเรื่องที่ดี เพราะเราจะได้ดูแลลูกค้าให้มากขึ้น และได้รับรู้ถึงปัญหาของธุรกิจ พร้อมกับแก้ไขให้ตรงจุด ! โดนใจ !

6. หมั่นทดสอบอยู่เสมอ A/B Testing

กุญแจสำคัญของกลยุทธ์การตลาด A/B Testing หรือที่เรียกว่า Split Testing ซึ่งเป็นการทดสอบ ทดลอง เพื่อหาผลลัพธ์ที่ใช่ เช่น การเลือกปุ่ม CTA (Call-to-Action) เช่น เรียนรู้เพิ่มเติม, สมัครเลย, จองเลย, ดาวน์โหลด, นัดเวลา, ดูเมนู, เลือกซื้อเลย และลงทะเบียน สามารถเลือกให้เหมาะกับโพสต์ของคุณมากที่สุด

 

พร้อมกับเก็บข้อมูลทางการตลาด Facebook ในสิ่งที่มีประสิทธิภาพมากกว่า พร้อมกับทดสอบเวลาการโพสต์ที่ดีที่สุด ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะทำให้การตลาด Facebook ของคุณปังและดังตามเป้าหมายได้ครับ อย่างไรก็ดี การตลาดออนไลน์ต้องใช้เวลา และต้องเข้าใจลูกค้า ถึงวันนี้จะไม่ประสบความสำเร็จแต่อย่าหยุดที่จะพยายามนะครับ

 

Source:

  • https://www.lyfemarketing.com/blog/facebook-marketing-strategy
  • https://web.facebook.com/business/ads/collection-ad-format?ref=ens_rdr&_rdc=1&_rdr

———————–
กด See First / Like Page ไว้ติดตามทุกข่าวสาร และเทคนิคทาง Digital Marketing ได้ที่…  https://www.facebook.com/AdrenalineAcademy.co/ 
อ่านเพิ่มเติมได้ที่ www.adrenaline.co.th

💉 Adrenaline – “Boost your skill with The Exciting Digital Knowledge”

ไม่พลาดทุกบทความดีๆ
สมัครรับข่าวสารฟรีได้ที่นี่

รวมเป็นส่วนหนึ่ง กับคนไทยอีก 10,000 คน
ที่กำลังรับความรู้จักเราถึง inbox เป็นประจำ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *